บทที่ 4 ตอนที่ 1 - 2 อดีตที่นึกถึง
1 - 2 อดีตที่นึกถึง
“น้องน่าน! อยู่บ้านหม้าย”
เสียงสำเนียงภาคใต้ของเจ้าของบ้านริมน้ำพิงรักหรือบ้านสวนพิงรักดังขึ้นที่หน้าบ้าน มือของเจ้าหล่อนถือตะกร้าผักสวนครัวเดินมาด้วย เพราะกะว่าจะมาคุยเล่นกับหญิงสาวเสียหน่อย
“อยู่ค่ะพี่แจ่ม” เสียงหวานดังขึ้นก่อนตัว หญิงสาวใบหน้าสดใสเดินออกมาในชุดเดรสกระโปรงผ้าบางยาวครึ่งแข้งพร้อมกับปล่อยผมยาวถึงกลางหลังและมัดไว้ครึ่งหัว
“กำลังจะไปรับน้องฮันนี่เลยค่ะ”
‘เจ้าน่านรัก อินทรกรณ์’ ยิ้มหวานให้พี่แจ่มผู้ให้เช่าของเธอ
“อ้าว คุณบุไม่มาจีบน้องน่านเหมือนอย่างทุกวันเหรอ” พูดถึงวิศวกรข้างบ้านที่คนทั่วไปรู้จักในนาม ‘คุณบุรี’ หรือ ‘คุณบุ’ วิศวกรพ่อหม้ายลูกหนึ่ง
ชายไทยคมเข้ม อบอุ่น ฐานะดี มีกินมีใช้แถมยังเก่งอีกต่างหาก
และใคร ๆ ก็ดูออกว่าบุรีนั้นกำลังตามจีบเจ้าน่านรัก แม่หม้ายลูกหนึ่งที่เช่าบ้านสวนริมน้ำพิงรักอยู่ จนสาวน้อยสาวใหญ่พากันแอบอิจฉา แต่ก็แอบเชียร์ให้ทั้งสองคนคบหาดูใจกัน
ทุกวันบุรีจะขออาสามารับมาส่ง ‘น้องฮันนี่’ หรือ ‘เด็กหญิงธารรัก อินทรกรณ์’ เด็กหญิงอายุห้าขวบ ในตอนแรกเจ้าน่านรักก็เกรงใจอยู่มาก แต่บุรีก็ยื่นข้อเสนอให้เธอโดยให้เธอทำอาหารให้เขาและ ‘น้องขวัญ’ หรือ ‘ขวัญตา’ ผู้เป็นลูกสาวและเด็กคนนี้ก็อายุเท่ากับธารรักอีกด้วย
“จีบเจิบอะไรล่ะคะพี่แจ่ม เดี๋ยวคนอื่นเขาก็เข้าใจผิดกันหรอกค่ะ” หญิงสาวยิ้มน้อย ๆ ให้กับคนตรงหน้า แค่มีข่าวลือนี้ออกไปเธอก็แทบจะไม่อยากรับข้อเสนอของบุรีแล้ว เพราะเกรงว่าจะไปทำให้บุรีนั้นเสียหาย เดี๋ยวเขาจะหมดโอกาสหาผู้หญิงดี ๆ มาเป็นแม่ของน้องขวัญตา
เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่ดี เธอไม่สมควรจะได้รับความรักแบบนั้นของบุรี
“แหม ไม่ต้องถ่อมตัวหรอกค่ะ ตั้งแต่ท่าน้ำทางนั้นมาท่าน้ำทางนี้ หน้าปากซอยจนถึงสุดซอย เขารู้กันหมดแหละค่ะ” พี่แจ่มกล่าวอย่างไม่คิดอะไรพร้อมหัวเราะตามภาษาคนอารมณ์ดี ส่วนเจ้าน่านรักก็ไม่ได้ถือสา เพราะพี่แจ่มนั้นน่ารักกับเธอมาเสมอ ตั้งแต่วันแรกที่เธอตั้งใจจะมาลงหลักปักฐานที่นี่จนถึงทุกวันนี้ วันที่ธารรัก ลูกสาวของเธออายุได้ห้าขวบ
พี่แจ่มคอยช่วยเหลือเธอมาเสมอ แถมบางทีเวลาเธอออกไปทำงานก็ยังอาสาช่วยเธอเลี้ยงธารรักให้อีกด้วย และพี่แจ่มก็แทบไม่เคยถามถึงเรื่องของ ‘พ่อของธารรัก’ หรือ ‘สามีของเธอ’ เลยว่าเป็นใคร มาจากไหน ทำไมถึงทิ้งให้เธอหอบลูกในท้องมาอยู่คนเดียว แม้ตอนแรกจะมีบ่นเรื่องนี้กับเธออยู่บ้างตอนที่ใกล้คลอด แต่พอเวลาผ่านไปก็ไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องนี้อีก
“งั้นเดี๋ยวน่านขอไปรับน้องฮันนี่ก่อนนะคะ ไว้คุยกันค่ะ” เธอยิ้มให้พี่แจ่มและเดินออกมาเพื่อจะไปที่แม่น้ำ เพราะโรงเรียนของธารรักอยู่อีกฝั่งหนึ่ง ต้องขึ้นเรือไปรับไปส่ง แม้จะมีทางสัญจรด้วยรถยนต์อยู่อีกฝั่งหนึ่งของหมู่บ้านก็ตาม แต่ถ้าไม่มีรถส่วนตัวก็ถือว่าไกลและเสียค่ารถแพงมาก ดังนั้นการสัญจรทางน้ำจึงดีที่สุดสำหรับเธอ
หญิงสาวเดินทางมาที่โรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่ง ตรงหน้าเธอมีธารรักยืนจับมือกับคุณครูยืนอยู่ไม่ไกลนัก เจ้าน่านรักมองซ้ายมองขวาก็ก้าวขาเดินข้ามถนนไปรับลูกสาว
ในขณะนั้นเองเธอก็สวนกับคุณก้อง คนสนิทของภัคคินัย
‘และแน่นอน พรหมลิขิตย่อมไม่ทำงานกับคนที่ไม่ใช่’
“ฮันนี่คะ วันนี้หนูอยากทานอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า” เธอเอ่ยถามเด็กหญิงที่อยู่ในอ้อมกอดของเธอ
“ฮันนี่อยากกิงหมูทอด” ธารรักชูมือขึ้นตบแปะ ๆ ตามประสาเด็ก ตาใสแป๋วมองมารดาด้วยความรัก เธอเองก็มองลูกสาวด้วยความรักเช่นกัน แม้ว่าเด็กหญิงตรงหน้าจะได้ดีเอ็นเอใบหน้า ‘จากพ่อ’ มามากแค่ไหนก็ตาม
เขาเป็นผู้ชายที่ทำให้เธอรักและเป็นผู้ชายที่ทำให้เธออยากหนีไปให้ไกล
แต่ก็นั่นแหละ ตัวหนีได้ แต่ใจ ทำยังไงก็หนีเขาไม่พ้นเสียที
“ได้เลยค่ะ เดี๋ยวแม่จะทำให้ แต่วันนี้น้องขวัญกับคุณบุไม่อยู่นี่น่า”
เธอเกือบลืมไปเลยว่าน้องขวัญเข้าโรงพยาบาล เพราะเมื่อคืนไข้ขึ้นสูงก็เลยไม่ได้มาโรงเรียน ส่วนบุรีพอกลับจากทำงานก็ต้องไปดูลูกสาวต่อ
....
“งั้นเราทำไปฝากคุณบุดีไหมเนี่ย หรือเขาอาจจะทานข้าวไปแล้ว”
เมื่อกลับมาถึงบ้าน ธารรักดูการ์ตูนพร้อมกินขนมอยู่ที่ห้องนั่งเล่นตามปกติ ส่วนเธอก็มายืนเท้าเอวอยู่คนเดียวในครัว เพราะคิดไม่ตกสักทีว่าจะเอายังไงกันแน่
แต่มือไว้กว่าความคิด เธอกดทักไลน์บุรีไป
‘คุณบุ ทานข้าวหรือยังคะ’
เพียงเสี้ยววิ บุรีก็ตอบกลับมา ‘ยังเลยครับ’
‘คุณน่านมีอะไรหรือเปล่า?’
‘ถ้ายังไม่ได้ทาน เดี๋ยวน่านเอาข้าวสวยกับหมูทอดไปให้นะคะ’
‘ดีเลยครับ ขอบคุณนะ แล้วนี่น้องฮันนี่จะมาหรือเปล่า น้องขวัญบอกว่าคิดถึงมาก แต่ผมกลัวว่าน้องฮันนี่จะติดหวัดจากน้องขวัญน่ะ’
‘ว่าจะรอให้น้องขวัญหายแล้วจะพาฮันนี่ไปเยี่ยมที่บ้านน่ะค่ะ เรื่องนี้น่านก็กังวลเหมือนกัน’
‘ดีจังครับที่คิดตรงกัน งั้นผมจะรอข้าวกล่องจากคุณน่านนะครับ’
เมื่อได้รับคำตอบแล้ว เจ้าน่านรักก็ลงมือทำข้าวกล่องหมูทอดแสนอร่อยสูตรของเธอให้กับบุรีและธารรักได้รับประทาน โดยก่อนที่เธอจะออกไป เธอก็ได้วานให้พี่แจ่มช่วยดูธารรักให้ พี่แจ่มเองก็ไม่วายทิ้งประโยคแซวเธอกับบุรีไว้เช่นเดิม
‘เป็นเพราะติดภารกิจสำคัญนี่เอง วันนี้เลยไม่ได้มาจีบเลย’
....
โรงพยาบาลธนารักษ์
‘ก๊อก ๆ’
“สวัสดีค่ะคุณบุ” เจ้าน่านรักเอ่ยทักทายคนเปิดประตู
“สวัสดีครับคุณน่าน ตอนที่รู้ว่าคุณน่านจะมาเยี่ยม น้องขวัญตั้งตารอเลยนะครับ” บุรียิ้มให้และมองไปที่มือของเจ้าน่านรักที่กำลังถือถุงกระดาษสีน้ำตาลใบใหญ่ไว้ พร้อมกับมืออีกข้างหนึ่งก็จับกระเป๋าสะพายข้างสีขาว ชุดเดรสสีอ่อน ผมที่รวบหลวม ๆ ครึ่งหัวช่างเข้ากับใบหน้าที่มีสีแต่งเติมอ่อน ๆ
น่ารัก..
เธอน่ารักเหมือนเดิม เหมือนที่เขาเจอครั้งแรก
“คุณบุ จะให้น่านเข้าไปไหมคะเนี่ย”
เจ้าน่านรักยิ้มถามอีกครั้งหนึ่งเมื่อเห็นว่าบุรีเงียบไป จนคนโดนเรียกแทบจะยกมือลูบต้นคอตัวเองแก้เก้อและพาเจ้าน่านรักเข้ามาหาขวัญตาผู้เป็นลูกสาว
“น้าน่าน!” เสียงของเด็กสาวเอ่ยขึ้นอย่างดีใจเมื่อเห็นว่าใครเดินเข้ามาเยี่ยม
“น้องขวัญ เป็นยังไงบ้างคะ” เจ้าน่านรักเดินเข้ามากอดขวัญตาและไม่ลืมบอกบุรี ว่านี่คือของที่เธอทำมาให้ “น้องขวัญยังง่วงนอนอยู่เลยค่ะ”
“อ้าว นี่น้ามาผิดเวลาหรือเปล่าเนี่ย”
“ม่าย~ น้องขวัญแค่ง่วงเพราะเพิ่งกินข้าวเสร็จ~”
“พอดีน้องขวัญเพิ่งทานข้าวทานยาไปน่ะครับ สงสัยยาคงออกฤทธิ์แล้ว” บุรีอธิบายเพิ่ม
“ถ้าอย่างนั้นคุณบุทานข้าวก่อนก็ได้ค่ะ เดี๋ยวน่านดูแลน้องขวัญให้”
“ใจดีเหมือนเดิมเลยนะครับ”
“คุณบุใจดีกับน่านขนาดนี้ จะให้น่านใจร้ายได้ยังไงคะ”
ทั้งสองคนยิ้มให้กัน แต่ความรู้สึกดันต่างกัน คนหนึ่งยิ้มให้พลางคิดไกล แต่อีกคนยิ้มให้เพราะเห็นว่าคนตรงหน้าเป็นรุ่นพี่ที่แสนดี
ถึงว่าจะคิดไปไกลเองคนเดียว แต่บุรีก็รู้ดีว่าเจ้าน่านรักนั้นไม่ได้คิดจะมีใคร หรือเอาใครมาแทนที่ ‘พ่อของลูก’ หรือพ่อของธารรักเลยสักครั้ง
เธอใจดี อัธยาสัยดีแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร
เธอและเขาพบกันครั้งแรกที่สวนผักของพี่แจ่ม เพราะเขาอยากได้ผักไปทำอาหารสักหน่อยก็เลยเดินไปขอเจ้าบ้าน ซึ่งพี่แจ่มก็ใจดีเสมอ ให้เขาเดินเข้าไปในสวนได้ตามสบายโดยที่เขาไม่รู้เลยว่ามีใครอีกคนกำลังก้ม ๆ เงย ๆ อยู่ในสวนผักนั้นด้วย
วันนั้นเป็นวันที่เขาได้พบกับเธอ เป็นวันที่ได้รู้จักกันครั้งแรก
